หมายเหตุ :: อันเนื่องมาจากเห็นการประโคมข่าวของรัฐบาลใหม่เรื่องนโยบายแจกแทบเล็ดให้กับเด็กทั่วประเทศแล้วขัดอกขัดใจกับข้อมูลหลายเรื่องจากคำของนักการเมือง ที่เอาโครงการดีๆมายำจนเลอะเทอะมั่วซั่ว บังเอิญว่าผมมีข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้อยู่พอสมควร เลยอยากจะนำมาเผยแพร่
บทความนี้เขียนเมื่อปี พ.ศ.2552 เป็นส่วนหนึ่งของงาน research ระดับ ป.โท ของผมเอง ก็เลยออกจะเป็นบทความเชิงวิชาการหน่อย ส่วนที่เป็นข้อมูลเชิงเทคนิคก็อ่านข้ามๆ ไปบ้างก้ได้นะครับ
ปัจจุบัน OLPC ออกมาสามรุ่นแล้ว โดยรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวเมื่อปี 2010 เปลี่ยนรูปแบบมาเป็น Tablet
OLPC คืออะไร
OLPC ย่อมาจาก One Labtop Per Child หรือ หนึ่งคนหนึ่งแล็บท้อป เป็นโครงการที่จะจัดสรรคอมพิวเตอร์พกพาให้กับเด็กในประเทศกำลังพัฒนาทั่วทุกมุมโลก

ผู้ก่อตั้งโครงการ
Nicholas Negroponte (1943) เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายกรีก จบการศึกษาปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ และปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมจาก MITในปี ค.ศ.1966 และเป็นอาจารย์สอนที่ MIT ในปีเดียวกัน
ในปี ค.ศ.1985 เขาร่วมกับ Jerome Wiesner ก่อตั้งสถาบัน MIT Media Lab ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถาบันวิจัยด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก
เมื่อปี ค.ศ.1995 Negroponte เคยเขียนบทความทำนายว่าวงการบันเทิง เกมไซเบอร์สเปซ และข้อมูลข่าวสาร จะผสมปนเปจนแยกกันไม่ออก ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็กลายเป็นความจริงในไม่กี่ปีต่อมา
Negroponte ก่อตั้งโครงการ OLPC ในปลายปี ค.ศ.2005 และปีถัดมา เขาก็ลาออกจาก MIT Media Lab เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับ OLPC อย่างเต็มที่
ที่มาและวัตถุประสงค์ของ OLPC
โลกยุคปัจจุบัน เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดและรวดเร็ว การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนรูปแบบตามเทคโนโลยี
ในระหว่างที่เรากำลังวิ่งตามให้ทันเทคโนโลยีนั้น เรากำลังหลงลืมอะไรไปหรือเปล่า
เด็กในเมืองใหญ่มีช่องทางในการเรียนรู้ที่รวดเร็วและทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เด็กในประเทศกำลังพัฒนาอีกค่อนโลกที่ยังไม่มีช่องทางเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ ความเหลือมล้ำของโอกาสในการเรียนรู้กำลังมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดสิ่งที่เรียกว่าช่องว่างทางดิจิทัล (Digital Divide)
บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ ขยันออกสินค้ารุ่นใหม่ๆมาไม่เว้นแต่ละเดือน โฆษณาชวนเชื่อถึงสินค้ารุ่นใหม่ ว่าดีกว่า เร็วกว่า ทันสมัยกว่ารุ่นเก่า ซึ่งอาจหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งซื้อไปเมื่อเดือนที่แล้ว ในขณะที่ผู้คนอีกส่วนหนึ่งยังเห็นว่าคอมพิวเตอร์เป็นสินค้าราคาแพง เป็นของฟุ่มเฟือยที่ไม่มีความจำเป็นกับการใช้ชีวิตของพวกเขา
Negroponte เห็นว่าต้องลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำตรงนี้ เขาเริ่มออกแบบโครงการและผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดของเขา ซึ่งเป็นวิถีที่สวนทางกับผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า IT ทั่วๆไป
จริงหรือ ที่คอมพิวเตอร์ดีที่สุด คือคอมพิวเตอร์ที่ใหม่ที่สุด และราคาแพงที่สุด ?
จริงหรือ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์เปราะบาง และต้องเปลี่ยนรุ่นใหม่เป็นประจำ?

หลักการและแนวคิดของ OLPC
Negroponte ออกแบบและจัดทำโครงการผลิตคอมพิวเตอร์แล็บท้อปราคาประหยัด ที่มีคุณสมบัติ ครบถ้วน เหมาะสม และเพียงพอกับการใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สำหรับเด็กทั่วโลก โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ราคาเครื่องละ 100 $ และกระจายสู่เด็กในประเทศต่างๆในอัตราปีละ 1 ล้านเครื่อง
อุปกรณ์ชิ้นนี้จะเป็นทางเข้าสู่โลกแห่งข่าวสารข้อมูล เพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กวัยเรียน เพื่อเป็นการสร้างโอกาสและลดช่องว่างทางดิจิตอล โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

เขาตั้งหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโครงการไว้ 5 ประการคือ
1.The kids keep the laptop เด็กจะเป็นเจ้าของแล็ปท้อป และสามารถนำติดตัวไปได้ทุกที่ เพราะการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา
2.Focus on early education มีความเหมาะสมสำหรับเด็กในวัย 7-12 ปี
3.No one get left out เด็กทุกคนจะต้องได้รับอุปกรณ์ชิ้นนี้อย่างเท่าเทียมกัน
4.Connection to internet สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เนตได้
5.Free to grow and adapt มีอิสระในการต่อยอดพัฒนาและปรับแต่งอุปกรณ์

ประวัติและการพัฒนา
พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 - Negroponte และ Kofi Annan เลขาธิการสหประชาชาติในช่วงเวลานั้น เปิดตัวโครงการ OLPC ในระหว่างการประชุม World Summit on the Information Society (WSIS) ที่ประเทศ Tunisia
พฤษภาคม ค.ศ. 2006 - เปิดตัว First Prototype ของ XO-1 แล็บท้อปรุ่นแรกของโครงการ OLPC
กลางปี ค.ศ. 2006 - Alpha1 จำนวน400 ชิ้น ถูกนำไปทดสอบการใช้งานในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ
ปลายปี ค.ศ. 2006 - Beta1 จำนวน 875 ชิ้น ถูกนำไปทดสอบการใช้งานในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ
กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 - ทดสอบ Beta2 จำนวน 2400 ชิ้น
ค.ศ. 2007 - 7 ประเทศตอบรับโครงการ (Argentina , Brazil , Libya , Nigeria , Rwanda ,Uruguay and Thailand)
พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 - เริ่มดำเนินการผลิตเต็มกำลัง ที่โรงงาน Quanta ประเทศใต้หวัน
ปลายปี 2007 - ทำโครงการ G1G1 (Get 1 Give 1) โดยเปิดจำหน่าย XO-1 ให้กับบุคคลทั่วไป ในราคา 399 $ และมอบให้กับการกุศลได้อีก1เครื่องทันที
พฤษภาคม ค.ศ. 2008 - เปิดตัว OLPC XO-2
ปลายปี 2008- องค์กรเพื่อการศึกษาแห่งรัฐนิวยอร์ค สั่งซื้อ XO-1 จำนวนมากเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์การศึกษาสำหรับเด็กในรัฐ
ปลายปี 2008 - โครงการ G1G1 โครงการที่สอง
เมษายน 2009 - XO-1 ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอุปกรณ์การสื่อสารและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด

Hardware Specification
การออกแบบ Hardware ทุกชิ้นดำเนินตามแนวคิดที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ

การประกอบชิ้นส่วนทำขึ้นที่โรงงานของ Quanta ในประเทศใต้หวัน ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ที่มีคุณภาพเชื่อถือได้
CPU ใช้ AMD Geode LX700 ความเร็ว 433 MHz เป็นความเร็วที่ไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานตามหน้าที่ของตัวเครื่อง
หน่วยความจำสำรอง DRAM 256 MB และ 1024 kB
flash ROM ที่เก็บข้อมูล Open Source ไว้ภายใน และหน่วยความจำ Flash memory อีก 1024 MB
ไม่มี Harddisk และ Optical(cd/dvd) ซึ่งใช้พลังงานและก่อให้เกิดความร้อนจึงไม่ต้องมีพัดลม จะมีก็เพียงช่อง sd card ที่ด้านหลัง ไว้สำหรับเพิ่มหน่วยความจำ
จากการทดสอบเก็บข้อมูล XO-1 ใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 10% ของคอมพิวเตอร์ Laptop ที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป
แหล่งพลังงานได้มาจากหลายทาง ทั้งไฟฟ้าผ่านหม้อแปลงไฟ 11-18 V. แบตเตอรี่ rechargeable ทั้งแบบ NiMH.และแบบ LiFe สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์โซลาเซลล์ เพื่อเก็บพลังงานแสงอาทิตย์มาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริม Hand crank หรือ เครื่องปั่นไฟแบบใช้มือหมุน คล้ายการไขลาน ทำให้สามารถนำ XO-1 ไปใช้ได้ในทุกที่ แม้ในจุดที่ไม่มีไฟฟ้า
OLPC ยังมีโครงการที่จะพัฒนาระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานจลน์ เพื่อให้เด็กสามารถใช้การแกว่งขณะที่พก XO-1 ไว้ในกระเป๋า หรือขณะปั่นจักรยาน มาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าสะสมไว้ในตัวเครื่อง

หน้าจอ display ขนาด 7.5 นิ้ว แสดงผลได้ความละเอียดสูงสุดที่ 1200×900 pixel เป็นจอ LED ที่ประหยัดพลังงาน และมีคุณสมบัติ Dual-mode ที่สามารถเปลี่ยนจากการแสดงภาพสีเป็น Mode grey scale ที่เหมาะสมกับการใช้งานเอกสารหรือ E-book เพื่อการประหยัดพลังงาน และยังสามารถปรับความสว่างได้หลายระดับตามสภาพแวดล้อมอีกด้วย
อุปกรณ์ Input ประกอบไปด้วย Keyboard / Touchpad-Stylus/Game botton ถูกออกแบบให้มีขนาดและสัดส่วนพอเหมาะกับมือของเด็ก ผลิตจากวัสดุที่ทนทาน กันน้ำและทนต่อแรงกระแทก มีอายุการใช้งานได้ยาวนาน


อุปกรณ์เสริมอื่นๆ คือ กล้องBuilt-in ที่ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและ VDOที่มีความละเอียด 640×480;30 fps ไมโครโฟนพร้อมช่องต่อหูฟัง ช่องต่อ USB Port สามช่อง
ระบบ network ใช้ 802.11 b/g and 802.11s ผ่านระบบ network เฉพาะตัวของ XO-1 ที่เรียกว่าระบบ Mesh Network

Mesh Network คืออะไร
Mesh Network คือระบบเครือข่ายสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยแต่ละเครื่องจะทำหน้าที่เป็น Wireless Router ในตัวเอง สามารถกระจายสัญญาณต่อได้แม้ในขณะปิดเครื่อง จึงทำให้แต่ละเครื่องสามารถ “คุย” กันเองได้ และเข้าสู่อินเตอร์เนตได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อบริการอินเตอร์เนต
เด็กที่เป็นเจ้าของ XO จะสามารถติดต่อสื่อสารกับเด็กคนอื่นๆได้ในทุกสถานที่ ทุกเวลา ตราบใดที่มีเครื่อง XO เครื่องอื่นอยู่ในรัศมีที่จะเชื่อมกันเป็น mesh network ได้

Software
Software ทั้งหมดที่ใช้กับ XO-1 ถูกกำหนดให้เป็น Free Software และเป็น Open Source สามารถแสดงที่มาและนำไปพัฒนาต่อยอดได้อย่างอิสระโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ระบบปฏิบัติการใช้ Fedora-based (Linux) และ Software ต่างๆซึ่งติดมาภายใน Rom รวมกับข้อมูลมหาศาลจากการการเชื่อมต่ออินเตอร์เนต ก็มากเกินพอกับการทำหน้าที่เป็นสื่อเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กวัยประถม
Software ที่ใช้กับเครื่อง XO-1ทั้งหมด จะต้องสามารถเปิดดู Source Code และเพื่อพัฒนาต่อได้โดยใช้ภาษา Python

การสั่งซื้อและการกระจายผลิตภัณฑ์
2007 ,ตุลาคม 100,000 Uruguay
2007 ,พฤศจิกายน 15,000 Alabama ,USA
2007 ,ธันวาคม 260,000 Peru
2007 ,ธันวาคม 50,000 Mexico
2008 ,มกราคม 167,000 G1G1 2007
2008 ,พฤษภาคม 65,000 Colombia
2008 ,มิถุนายน +200,000 Uruguay
2008 ,ตุลาคม +30,000 Peru
2008 ,พฤศจิกายน +110,000 Colombia
2008 ,พฤศจิกายน 10,000 Ghana
2009 ,มกราคม +12,500 G1G1 2008
2009 ,เมษายน 250,000 India
2009 ,เมษายน 5,000 Sierra Leone
2009 ,พฤษภาคม 100,000 Rwanda

บทสรุป
โครงการ OLPC และคอมพิวเตอร์ XO-1 เป็นโครงการทางเทคโนโลยีที่ต่างจากโครงการอื่นๆ ตั้งแต่แนวคิดของโครงการ
OLPC ไม่ใช่การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับแสวงหาความเร็ว ความแรง ความทันสมัย เพื่อเป้าหมายการเป็นผู้นำในโลก IT แต่ OLPC เป็นการสร้าง เทคโนโลยีสำหรับผู้ตาม ซึ่งถือเป็นคนส่วนใหญ่ของโลก เพื่อร่นระยะห่างระหว่างกัน
เป็นการมองปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง เป็นกลางและเอื้ออาทร แล้วตั้งโจทย์ จากนั้นจึงใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา
ถึงแม้ว่าในที่สุดแล้ว ไม่ว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว แต่การกล้าคิดแหวกกระแส และกล้าลงมือทำของ Negroponte ก็สร้างแรงสะเทือนที่ยิ่งใหญ่กับวงการคอมพิวเตอร์
OLPC ได้สะกิดเตือนให้เราได้หันมองบางสิ่งที่ได้หลงลืมไป ระหว่างที่กำลังวิ่งแข่งขันกันในโลกของเทคโนโลยีอย่างเอาเป็นเอาตาย
ในเมื่อเราสามารถออกแบบเทคโนโลยี ที่รวดเร็วและทันสมัยขึ้นเรื่อยๆได้อย่างไม่หยุดหย่อน ดังนั้นการออกแบบและสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เหมาะสม พอเพียง และยั่งยืน ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็นเกินความสามารถ
ประเด็นจึงอยู่แค่เพียงเราจะใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้แค่ไหนต่างหาก


*ที่มาของข้อมูล http://one.laptop.org/